พูดได้ว่า การให้เครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นสุรา เบียร์ หรือไวน์ เป็นของขวัญช่วงปีใหม่หรือเทศกาลสำคัญๆ ได้กระทำกันมาสืบเนื่องยาวนาน แถมสร้างค่านิยมที่ผิดๆ ทำให้คนคิดว่า ยิ่งให้สุราราคาแพงมากเท่าไหรร่ ก็จะเป็นหน้าเป็นตา คนรับก็จะยกย่องให้ความรักความนิยมชมชอบผู้ให้ แต่ทุกวันนี้ ไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว

เพราะทุกๆ คน เกิดการตื่นรู้เกี่ยวกับพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นอกจากจะสามารถทำให้เกิดโรคได้มากถึง 200 โรค ตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ยังส่งผลกระทบร้ายแรงในด้านอื่นๆ ด้วย ไมว่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรือความรุนแรง เช่น ทะเลาะวิวาท หรือแม้แต่คนที่เป็นสามีภรรยายังเกิดมีปากเสียง บางรายถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ย้อนกลับไปคิดู นั่นก็เท่ากับว่า การให้เหล้า เป็นของขวัญในเทศกาลต่างๆ แทนที่จะเป็นเรื่องดี แต่กลับเป็นการแช่งผู้รับให้เจอกับสิ่งเลวร้ายเสียมากกว่า
แน่นอนว่า การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นนี้ เป็นผลมาจากการรณรงค์ “ให้เหล้า = แช่ง” ที่ร่วมมือกันโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และภาคีเครือข่าย ที่ดำเนินการมาเป็นระยะเวลานานนับสิบปี ไม่เพียงทำให้คนตระหนักรู้ถึงพิษภัยที่จะตามมาจากการให้เหล้าเป็นของขวัญ แต่ยังส่งผลสำคัญต่อการลด ละ และเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อีกด้วย
“ให้เหล้า=แช่ง” แคมเปญรณรงค์ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ได้สร้างแรงกระเพื่อม ให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมสังคมไทยได้อย่างน่าสนใจด้วยการประกาศ โทษจากพิษภัยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ทุกคนต่างก็รู้ดีอยู่แล้วแต่ก็ยังนิยมดื่มและส่งเสริมการนำไปมอบให้บุคคลอื่นๆ อีกว่า เป็นการ “ให้เหล้า=แช่ง” คนก็นึกออกทันทีว่ากินแล้วมีปัญหา และคำว่า “แช่ง” ก็ถูกจริตกับวัฒนธรรมเราที่ว่าการแช่งคือมันต้องแย่แน่นอน ถึงต้องแช่ง ซึ่งการให้เหล้าก็นำไปสู่สิ่งที่แย่จริงๆ แม้ว่าจะไม่ได้เกิดตอนนี้ แต่ในอนาคตมันต้องแย่แน่ๆ มันก็เลยโดนใจ พอโดนใจ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการให้ของขวัญปีใหม่. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth