รองโฆษกอัยการ ชี้ คดีเจ้าสัวเปรมชัย ลักลอบล่าสัตว์ คำวินิจฉัยชี้ขาดของ อสส. ถือเป็นที่สุด หลังอธิบดีอัยการภาค7 มีคำสั่งไม่ฟ้อง 5 ข้อหา ทำผบช.ภ.7 เห็นแย้งต้องฟ้อง

เมื่อวันที่ 14 เม.ย.นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวถึง กรณีที่ ผบช.ภ.7 ได้ส่งความเห็นแย้งควรสั่งฟ้อง นายเปรมชัย กรรสูตร ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทยฯ กับพวกรวม 4 คน ผู้ต้องหาที่ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก อ.ทองผาภูมิ  จ.กาญจนบุรี ว่า ตามหลักประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา145 ถ้าผบช.ภ.7 มีความเห็นแย้งคำสั่งของอัยการภาค 7 ก็ให้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อชี้ขาดและถือเป็นที่สุด ซึ่งคดี นายเปรมชัย ถือว่าเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เพราะอธิบดีอัยการภาค 7 มีคำสั่งไม่ฟ้อง นายเปรมชัย 5 ข้อหา เมื่อวันที่ 4  เม.ย.ที่ผ่านมาข้อหา อาทิ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมีเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น โดยขั้นตอนขณะนี้อยู่ในอำนาจการพิจารณาของ อสส. เพื่อวินิจฉัยชี้ขาดทำความเห็น ถ้าอสส.ชี้ขาดให้ฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาใดก็เป็นที่สุด อัยการเจ้าของสำนวนต้องฟ้องผู้ต้องหาไปตามที่ อสส. ชี้ขาดมา 
   
ผู้สื่อข่าวถามว่า  อสส.ซึ่งมีภาระหน้าที่มากมายจะพิจารณาสำนวนคนเดียวหรือไม่ และจะใช้เวลาวินิจฉัยชี้ขาดนานจนไม่ทันครบฝากขังผู้ต้องหาประมาณสิ้นเดือน เม.ย.นี้ หรือคดีอาจจะขาดอายุความไปก่อนหรือไม่นั้น นายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า ในการเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาสั่งคดีของอสส.เกี่ยวกับกรณีที่มีความเห็นแย้งของพนักงานสอบสวน ในทางปฏิบัติจะมีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุดโดยนายอำนาจ มุทิตาเจริญ อธิบดีอัยการฯ  เป็นผู้พิจารณากลั่นกรองสำนวนขั้นหนึ่งก่อน และเสนอความเห็นตามลำดับชั้นไปถึง อสส.เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดสุดท้าย

dailynews.